real estate menu left
real estate menu right
Home
ข้อเท้าพลิก PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Thursday, 28 January 2010 14:25
ข้อเท้าพลิกเป็นการบาดเจ็บที่พบได้บ่อย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเล่นกีฬาโดยเฉพาะมือสมัครเล่น เนื่องจากกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบข้อเท้าจะได้รับบาดเจ็บง่าย หรือในกรณีข้อเท้าพลิกที่เกิดจากการเดินในที่พื้นผิวขรุขระ  ข้อเท้าพลิกเป็นการบาดเจ็บที่พบได้บ่อย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเล่นกีฬาโดยเฉพาะมือสมัครเล่น เนื่องจากกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบข้อเท้าจะได้รับบาดเจ็บง่าย หรือในกรณีข้อเท้าพลิกที่เกิดจากการเดินในที่พื้นผิวขรุขระ

การบาดเจ็บอาจจะมีอาการเพียงเล็กน้อยซึ่งอาการดีขึ้นเองภายในเวลาไม่กี่วัน จนไปถึงอาการรุนแรงซึ่งต้องได้รับการรักษาและคำแนะนำจากแพทย์ มิฉะนั้นอาจจะเกิดผลแทรกซ้อนและทุกข์กลภาพในเวลาต่อมา

โดยปกติเมื่อมีข้อเท้าพลิกซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการพลิกเข้าด้านใน จะทำให้เอ็นข้อเท้าทางด้านนอกได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทางการแพทย์ได้แบ่งความรุนแรงของการบาดเจ็บออกเป็น 3 ระดับ

ระดับที่ 1 มีการยืดหรือขาดของเอ็นเพียงเล็กน้อย อาจจะพบเพียงบวมและกดเจ็บบริเวณเอ็นที่ได้รับบาดเจ็บ

ระดับที่ 2 จะมีการฉีกขาดของเอ็นเพียงบางส่วน(โดยปกติจะไม่เกินร้อยละ 50) ในกลุ่มนี้จะปวดและบวมค่อนข้างมากจนอาจจะทำให้เดินลงน้ำหนักไม่ค่อยได้

ระดับที่ 3 ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุด จะมีการฉีกขาดของเอ็นทั้งหมด มักจะพบว่าไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้ และส้วนใหญ่จะพบว่ามีความหลวมของข้อ

การดูแลเบื้องต้นเมื่อได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า

ลดการใช้งานของข้อที่ได้รับบาดเจ็บ

ประคบด้วยความเย็นเพื่อลดอาการปวดและความบวม โดยอาจใช้น้ำแข็งผสมน้ำประคบจนรู้สึกว่าชาแล้วเอาออก

หลังจากนั้นมาพบแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้ ซึ่งบ่งบอกว่ามีการบาดเจ็บรุนแรง ซึ่งต้องการรักษาจากแพทย์

เมื่อท่านมาถึงสถานพยาบาล แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกาย ต่อจากนั้นแพทย์อาจจะส่งตรวจภาพถ่ายรังสีในกรณีที่สังสัยว่ามีกระดูกหักหรือ การบาดเจ็บอื่นร่วมด้วย เนื่องจากการบาดเจ็บของข้อเท้าโดยการพลิกเข้าด้านในอาจทำให้มีกระดูกหักได้ เช่นบริเวณตาตุ่มด้านในและนอก กระดูกฝ่าเท้า รวมไปถึงกระดูกผิวข้อของข้อเท้า

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเอ็นข้อเท้าพลิก

แพทย์จะประเมินความรุนแรงของการบาดเจ็บแล้วให้การรักษา โดยการรักษาในระยะแรกจะมุ่งเน้นเพื่อลดความเจ็บปวดและความบวม ซึ่งได้แก่ การยกขาสูง ประคบความเย็น การให้ยาแก้ปวดและยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่ สเตียรอยด์ การพันผ้ายืด เป็นต้น และอาจจะพิจารณาใส่เฝือกกรณีมีการบาดเจ็บรุนแรงมาก ส่วนการรักษาในระยะต่อมาจะเป็นการกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพของกล้าม เนื้อ และความรู้สึกของเอ็นรอบข้อเท้าเพื่อทีจะเป็นการป้องกันการเกิดการบาดเจ็บ ซ้ำ ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์

ข้อควรรู้

ในการประคบเย็น

อาจจะใช้น้ำแข็งผสมน้ำใส่ถุงพลาสติกห่อด้วยผ้าอีกชั้นหนึ่ง แล้ววางที่บริเวณที่บาดเจ็บโดยปกติสามารถวางได้นานถึง 20 นาที หรือจนมีความรู้สึกชา โดยให้ทำเช่นนี้ทุก 2-4 ชั่วโมง เป็นเวลา 2-3 วัน

การกลับมาใช้งาน

ขึ้นกับความรุนแรงของการบาดเจ็บ โดยปกติถ้าบาดเจ็บไม่มากสามารถเดินลงน้ำหนักได้หลังจากอาการปวดบวมเริ่ม ทุเลา แต่อาจจะต้องมีการเสริมความมั่นคงของข้อเท้าด้วยการพันผ้ายืด ( elastic bandage ) หรือ สวมเครื่องพยุงข้อเท้า ( ankle support ) ช่วงระยะเวลาหนึ่ง

จะเล่นกีฬาได้เมื่อไร?

เช่นเดียวกันกับการกลับมาใช้งาน ท่านสามารถกลับมาออกกำลังกายได้หลังจากอาการปวดบวมดีขึ้น เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน แต่ควรจะงดกีฬาที่จะต้องมีการบิดหมุนของข้อเท้า เช่น การวิ่ง เป็นต้น ช่วงระยะเวลาหนึ่งปกติใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์